หน้าแรก
  เกี่ยวกับสมาคม
  วารสารสมาคม
  รายชื่อสมาชิก
  ข่าวประชาสัมพันธ์
    ถาม-ตอบ(สมาชิก)
  ถาม-ตอบ(ทั่วไป)
    Link ที่น่าสนใจ
    สถานที่ก่อตั้งสมาคมใหม่











 

 

 

 

 
   
     
  ประวัติความเป็นมาของการจัดฟันด้านใน  
  (คัดจากวารสารสมาคมลิงกัวออร์โทดอนติกส์แห่งประเทศไทย ฉบับที่ 1 ปี ที่ 1)  
     
 

        ลิงกัวล์ออร์โทดอนติกส์มีจุดเริ่มต้นมาจากความต้องการของผู้ใหญ่ที่ต้องการจัดฟัน แต่ไม่ต้องการให้คนทั่วไปมองเห็นเครื่องมือจัดฟัน การใช้ แบรกเกตซึ่งเป็นพลาสติกใสติดที่ผิวฟันไม่สามารถ แก้ปัญหาได้ทั้งหมดเนื่องจากแบรกเกตเปลี่ยนสีและ แตกหักได้ง่ายในราวต้นปี 1970 Dr. Craven Kurzผู้ช่วยศาสตราจารย์แห่งโรงเรียนทันตแพทย์ UCLA ได้ดัดแปลงแบรกเกตที่ใช้ด้านเลเบียล มาใช้ทางด้านลิงกัวล์ โดยติดแบรกเกตพลาสติก ที่ฟันหน้าบน เพื่อความสะดวกในการกรอแก้ไข จุดสูง และแบรกเกต เหล็กกล้าไร้สนิทสำหรับ ฟันหลัง แม้การรักษาในระยะแรกจะยังไม่สำเร็จเท่าที่ควร

        เนื่องจากแบรกเกตไม่สามารถทนต่อแรงกัดจากฟันคู่สบได้แต่ก็นับเป็นความพยายามและถือเป็นจุด เริ่มต้นของลิงกัวล์ออร์ โทดอนติกส์ พัฒนาการของลิงกัวล์ออร์โทดอนติกส์ อาศัย ความร่วมมือระหว่างทันตแพทย์และบริษัทจำหน่าย ผลิตภัณฑ์ทางทันตกรรมจัดฟันอย่างมาก โดยเฉพาะ บริษัท Ormco ให้การ สนับสนุนการทำงานของ Dr. Kurz จนสามารถ แก้ไขปัญหาแบรกเกตหลุดจาก แรงสบฟันได้ โดยดัดแปลงแบรกเกตสำหรับฟันหน้าบนให้มี ระนาบเอียง (inclined plane) เพื่อเปลี่ยนแรง สบฟันของฟันหน้าล่างจากแรงเฉือน (shearing force) ไปเป็นแรงอัด (compressive force) หลังจาก นั้นได้มีการจัดตั้งคณะทำงานเพื่อพัฒนาอุปกรณ์ และจัดอบรมเกี่ยวกับลิงกัวล์ ออร์โทดอนติกส์ ในปี ค.ศ. 1981 Dr. K. Fujita แห่ง ประเทศญี่ปุ่นได้ตีพิมพ์บทความเกี่ยวกับการจัดฟันทางด้าน ลิงกัวล์โดยใช้แบรกเกต (Begg bracket) ในวารสาร American Journal of Orthodontics นับเป็นจุด เริ่มต้นของลิงกัวล์ออร์โทดอนติกส์ในทวีปเอเชีย ขณะเดียวกันมีการแข่งขันในทางธุรกิจมากขึ้น บริษัท UNITEX, Forestadent และ American Orthodontics เริ่มผลิตอุปกรณ์จัดฟันสำหรับลิงกัวล์ออร์โทดอน ติกส์ออกจำหน่าย
        
        อย่างไรก็ตาม การรักษาด้วยลิงกัวล์ออร์โทดอนติกส์ยังคงมีปัญหา และไม่ ประสบความสำเร็จตามความคาดหมาย เนื่องจากความเคยชินของทันตแพทย์ซึ่งคุ้นเคย กับการปฏิบัติงานในคลินิกโดยตรง เช่น การติดแบรกเกต การดัดลวด เป็นต้น นำกระบวนการ เหล่านี้มาใช้กับลิงกัวล์อออร์โทดอนติกส์ ทำให้การรักษาและให้ผลไม่แน่นอน ขณะเดียวกัน ทันตแพทย์มักขาดการฝึกฝนที่จริงจัง โดยประเมินว่าความชำนาญของตนจากการจัดฟัน ทางด้านเลเบียลจะช่วยให้ทำงานทางด้านลิงกัวล์ได้ง่าย ดังนั้น ทันตแพทย์ซึ่งมีความสนใจ ที่จะปฏิบัติงานทางด้านนี้อย่างจริงจังจึงรวมตัวกัน จัดตั้งเป็นสมาคม เช่น American Lingual Orthodontics (ค.ศ. 1987), Italian Association of Lingual Orthodontics (ค.ศ. 1992) เป็นต้น เพื่อส่งเสริมให้เกิดการค้นคว้า จัดอบรม เพื่อฝึกฝนตนเองให้สามารถจัดฟันทางด้านลิงกัวล ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพเมื่อพิจารณาถึงลักษณะทางกายวิภาค ของช่องปาก และฟันที่แตกต่างกันระหว่างด้านเลเบียลกับด้านลิงกัวล์ การจัดฟันด้วยลิงกัวล์ เทคนิคอาจมี ปัญหาดังต่อไปนี้

        1. เครื่องมือทำให้เกิดความระคายเคือง ต่อเนื้อเยื่อในช่องปากและพูดไม่ชัด
        2. แบรกเกตกดขอบเหงือก
        3. เครื่องมือขัดขวางการสบฟันตามปกติ
        4. ควบคุมการเคลื่อนฟันได้ยาก
        5. ฐานของแบรกเกตไม่แนบกับผิวฟัน
        6. ติดเครื่องมือได้ยากและมักมีตำแหน่งไม่ถูกต้อง
        7. เครื่องมือที่ใช้กับการจัดฟันทางด้าน เลเบียลไม่สามารถนำมาใช้ทางด้าน       ลิงกัวล์ได้
        8. การสอดลวดเข้าในหลอดโลหะ (tube) กระทำได้ยาก
        9. การยึดลวดกับแบรกเกตกระทำได้ยาก



          ดังนั้น ทันตแพทย์ซึ่งประสงค์จะใช้เทคนิคนี้จำเป็นต้องศึกษาและทำความเข้าใจ ปัญหาเหล่านี้ให้ถ่องแท้ก่อนลงมือปฏิบัติงานในผู้ป่วย เริ่มตั้งแต่การแสวงหาความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับวัสดุ อุปกรณ์ที่ใช้สำหรับลิงกัวล์เทคนิค การปฏิบัติงานในห้องปฏิบัติการเพื่อจัดเตรียมเครื่องมือที่จะ ใส่ให้กับผู้ป่วยแต่ละราย และการควบคุมการเคลื่อนที่ของฟัน

 
     
     



 
 
 


Orthodontic Society and Research of Thailand
สมาคมทันตกรรมจัดฟันและการวิจัยแห่งประเทศไทย
สยามสแควร์ ซ.8 ถ.พญาไท แขวงปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
โทร 02-658 4401-3 แฟกซ์ 0 2658 4404